เมื่อตอนสมัยประถม คาดว่าหลายๆคนก็คงเคยซื้อหนังสือมาอ่านกันบ้าง เพราะพวกครู ชอบบอกให้อ่าน เช่น หนังสือความรู้รอบตัว และเชื่อว่า สิ่งมหัศจรรย์ของโลก จะต้องเป็นสิ่งที่เด็กควรจะจำได้ เพราะไรรู้ป่ะ? เพราะว่าถ้าจำได้ ก็หากินได้หลายงาน เช่น

- ตอบคำถามวันเด็ก (กรูฟาดรางวัลมาหลายเวทีละ ตั้งต่อก่อนทำบัตรประชาชน เพราะหลังจากทำบัตร รู้สึกว่าตัวเอง สิ้นสุดวัยเด็กทันที )

- ข้อสอบวิชา สปช. ( ปีนึงต้องมีซักข้อแหละ )

- แข่งขันตอบปัญหาชิงรางวัล (เคยตอบ แต่ไม่ได้รางวัล เพราะคะแนนรวมน้อยกว่าชาวบ้านเค้าทุกทีซิน่ะ)

- หรือแม้แต่ เอาไว้คุยโม้กับเพื่อนๆ

แต่ก็เป็นที่ถกเถียงกันไม่จบ ระหว่างคนรุ่นพ่อแม่-ลูก-มาจนถึงหลาน ( ซึ่งผมอยู่รุ่นลูก )  ว่าจริงๆแล้ว มันมีอะไรบ้าง และกี่อย่างกันแน่ เพราะที่รู้ๆมันมี 7 อย่างไม่ใช่เหรอ แล้วนับไปนับมา เริ่มสับสน ว่า ทำไมมันเกินวะเนี่ย...ทำไมพ่อแม่บอกอย่าง แล้วครูบอกอย่าง หนังสือบอกอีกอย่าง ทีวีก็ยังบอกอีกอย่าง โอ๊ย!! จะอะไรกันนักกันหนาวะ!! แล้วกรูจะเชื่อใครได้มั่งเนี่ย...

วันนี้ว่างๆ เลยลอง Search ใน google ดู สุดท้ายก็เลยถึงจุดสุดยอด กรูรู้แระ ไม่ต้องมาเถียงกันอีกต่อไป คราวนี้กรูเอาไปคุยกับคนอื่นๆได้อย่างภาคภูมิซะที

เอานะพร้อมมั้ย? เริ่มกันเลยนะ เนื้อหาล้วนๆ จดได้ก็จดกันเลยนะ (เผื่อออกข้อสอบ)

สมัยก่อน เค้าจะมีประเภทของการแบ่งสิ่งมหัศจรรย์ของโลก โดยแยกออกเป็นหลายๆสาขาด้วยกัน เช่น ประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรมภูมิศาสตร์ จิตรกรรม ชีววิทยา และวิทยาศาสตร์ บลาๆๆๆๆ..

ซึ่งที่เรารู้กันจะเป็นในด้าน สถาปัตยกรรม หรือ สิ่งก่อสร้างนั่นแหละ เค้าก็แบ่งย่อยๆ ออกเป็น 3 ยุค 3 สมัย ( ซึ่งตรงจุดนี้เอง ว่าทำไมเราถึงไม่เหมือนกับพ่อแม่ ) เค้าแบ่งกันยังนี้นะ

สมัยโบราณ คือ อายุตั้งแต่ 5,000 ปี ก่อนคริสต์กาล - ค.ศ. 500

มีอะไรกันบ้างละ เอาดูนะ ว่าใช่ที่จำได้รึเปล่า?

1.พีระมิดแห่งเมืองกิซา
2.มหาวิหารอาร์เทมีส
3.สุสานของกษัตริย์โมโซรุส
4.สวนลอยแห่งกรุงบาบิโลน
5.เทวรูปเทพเจ้าซีอุส
6.เทวรูปเทพเจ้าเฮลิออส
7.หอประภาคารโรส

( ถ้าใครจำสมัยนี้ได้หมด ก็แสดงให้รู้เลยว่า คุณคือ คนแก่คนนึงแร้วแหละ กิ้วๆๆ )

สมัยกลาง อายุตั้งแต่ คริสตศตวรรษที่ 5 - คริสตศตวรรษที่ 16

 1.หอเอนเมืองปิซา
2.สนามกีฬากรุงโรม
3.สุสานแห่งอเล็กซานเดรีย
4.สุเหร่าเซ็นโซเฟีย
5.กำแพงเมืองจีน
6.เจดีย์กระเบื้องเคลือบนานกิง
7.กองหินประหลาดสโตนเฮนจ์

และแน่นอน สมัยปัจจุบัน สร้างขึ้นระหว่าง ศตวรรษที่ 17 - ศตวรรษที่ 20 (รายชื่อก่อนวันที่ 07/07/07

 1.ปราสาทหินนครวัด
2.ทัชมาฮาล
3.พระราชวังแวร์ซายส์
4.เรือควีนแมรี่
5.สะพานโกลเด้นเกต
6.ตึกเอมไพร์สเตต
7.เขื่อนยักษ์ฮูเวอร์

นั่นแน่!! อย่ามาทำเนียน แอ๊บใส ทำเป็นว่า จำสมัยปัจจุบันกันได้ทั้งนั้นเลยใช่ป่ะ อ๊ะๆ เดี๋ยวก่อน wait for a minute ลองสังเกตุดูดีๆ ว่า สมัยปัจจุบันน่ะ เค้าเขียนตอนท้ายว่า รายชื่อก่อน วันที่ 07/07/07 ตรง สีส้ม ข้างบนน่ะ เพราะไรรู้ป่ะ ก็เพราะว่า หลังจากวันที่ 07/07/07 เค้ามีการ Vote กันใหม่แล้วนะสิจ๊ะที่รัก

องค์กร New7Wonders ได้ทำการจัดโหวต 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ โดยให้ผู้คนทั่วโลกสามารถเสนอชื่อสถานที่ และร่วมโหวตได้ี่ผ่านทางอินเตอร์เน็ต และทางโทรศัพท์ ซึ่งดำเนินไปถึงวันที่ 24 ธันวาคม 2005 จนได้้สถานที่ 77 อันดับซึ่งพิจารณาคัดเลือกรายชื่อให้เหลืออันดับน้อยลงต่อไป โดยคณะกรรมการ ผู้เชี่ยวชาญจาก N7W (N7W expert panel )  เท่าที่รู้มีของประเทศไทยอยู่ในโผ 1 แห่งก็คือ Dhammakaya Cetiya, Bangkok, Thailand แปลเป็นไทยว่า มหาธรรมกายเจดีย์ วัดพระธรรมกาย ( ซึ่งจริงๆต้องอยู่ที่ ปทุมธานี ถึงจะถูกว่าป่ะ? )

พอมาถึงรอบตัดสินสุดท้าย เค้าได้มีการสรุปคะแนนโหวต และปรกาศผลไปเรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 07/07/07 สรุปสุดท้ายก็ได้มา 7 สถานที่ที่คือว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกทางด้านสถาปัตยกรรม สมัยปัจจุบัน ดังนี้

1.ชิเชนอิตสา :ประเทศเม็กซิโก

 

2.รูปปั้นพระเยซู : เมือง Rio de Janeiro ประเทศบราซิล

 

3.สนามกีฬากรุงโรม : กรุงโรม ประเทศอิตาลี (หรือที่เรียกว่า Colosseum of Rome )

 

4.กำแพงเมืองจีน : ประเทศจีน

 

5.อาณาจักรอินคา : เมืองบคุสโซ ประเทศเปรู

 

6.เปตรา : ประเทศจอร์แดน

 

7.ทัชมาฮาล : เมืองอักรา ประเทศอินเดีย

 

 

 สุดท้ายนี้ก็ฝาก Update ความรู้กันใหม่ด้วยนะคับ....

อ้อ ลืมไป หากใครอยากรู้เรื่องประวัติที่มา และข้อมูลที่น่าสนใจของแต่ละสถานที่ พร้อมคลังความรู้เกี่ยวกับสิ่งมหัศจรรย์ต่างๆของโลกอีกมากมาก ก็เชิญได้เลยที่ www.wonder7th.com ( เวบนี้ คนไทยทำเองจ้าา )

 

 

 

 

 

(ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต)

วันนี้ "วันสงกรานต์"

วันที่บ้านเมือง กำลังระส่ำระสาย

วันที่ผู้คนแบ่งแยกออกเป็น 2-3-4-.......ฝ่าย

วันที่คนไทยด้วยกันจ้องที่จะ ทำลายอีกฝ่ายที่ไม่ใช่ฝ่ายตัวเองให้ย่อยยับกันไปข้างนึง

วันที่เดาไม่ออกว่าใครถูกหรือผิด

วันที่ใส่เสื้อผ้าสีอะไรก็ยังต้องระวังตัว

วันที่คนไม่กล้าคุยเรื่องการเมือง เพราะกลัวทะเลาะกัน

แต่วันนี้คือ "วันสงกรานต์"

วันนี้คือ "วันปีใหม่" ของ "คนไทย"

อย่างน้อยวันนี้ผมก็ได้เห็นคนไทยยิ้มให้กัน

สาดน้ำกันอย่างสนุกสนานกับคนแปลกหน้า

แตะเนื้อต้องตัวกันโดยไม่กลัวว่าอีกฝ่ายจะมาทำร้าย

มันคือรอยยิ้ม ของ "คนไทย" ที่มีให้ "คนไทย" ด้วยกัน

เป็นรอยยิ้มที่หาได้ยากกับสถานการณ์บ้านเมืองในตอนนี้

ขอร้องล่ะ ให้หยุดกันบ้างได้มั้ยครับ?

หยุดยิ้มให้กัน เหมือนที่เราเคยยิ้มให้กันมาตั้งแต่ปูย่าตายาย

สาดน้ำกันอย่างสนุกสนาน ไม่สาดโคลน ให้ร้าย ป้ายสีกัน

 เราคือคนไทยด้วยกันนะครับ

อยากให้คนไทยรักกันทุกวัน

อยากให้มีวันสงกรานต์ แบบวันนี้ตลอดไปครับ

........

....

..

.

สุขสันต์วันสงกรานต์ครับ พี่น้องชาวไทยทุกคน

 

เมื่อ 5 นาทีที่ผ่านมา ผมได้เข้าไปที่ เวบของยูทูบ แล้ว อยู่ดีๆก็เกิดนึกอยากจะรู้ว่า ถ้าฝรั่งเค้าอยากรู้จักประเทศไทยแล้วเค้า Search คำว่า "Thailand" เค้าจะเจออะไรบ้าง ในใจตอนแรกสาบานได้ ผมคาดว่าน่าจะเป็นพวกคลิปโฆษณาการท่องเที่ยวของไทย ที่มีภาพสวยสวยๆ ที่ผมอาจจะยังไม่เคยเห็นมาก่อน เพราะผมชอบดูคลิปโฆษณาสวยๆแปลกๆผมว่ามัน สวยและได้ไอเดียใหม่ๆดี

ทันใดนั้นเองผมก็พิมพ์คำว่า "Thailand" ลงไปเพื่อเป็นคำกลางๆ แต่สิ่งที่ผมได้พบก็คือ ยูทูบ ส่งคำที่ผม (คาดว่าน่าจะมีคนมาค้นหา หรือมาเปิดดูในหมวดหมู่นั่นๆมาก เรียงมาให้ผม 10 ลำดับดังรูปด้านล่าง)

อันดับที่1 คือ "Thailand women"  ผมไม่ได้คลิกเข้าไปดูเลยไม่รู้ว่าเกี่ยวกับอะไร ถ้าเดาก็เป็นคงเรื่องเกี่ยวกับหญิงไทย ( แอบสงสัยนิดๆว่า มีคน Search มาชม จากคำว่า "Thailand women" มากขนาดนี้เลยเหรอ? และไล่ลงไปเรื่อย เพราะยังไม่เจอคำที่ต้องการ แต่ก็เจอคำว่า Thailand+Phuket,Tsunami,Pattaya บ้างในลำดับถัดๆลงมา..

แต่สิ่งที่ผมมาสะดุดคือคำว่า

"Thailand Sextrade "

เลยคลิกเข้าไปดู ปรากฏว่ามันเป็นคลิปเกี่ยวกับ อะไรบ้างล่ะ ก็เลยเจอคำที่เกี่ยวข้องเช่น Prostitution in Thailand หรือแปลตรงตัวว่า การค้าประเวณีในประเทศไทย...

 

อึ้ง...อึ้ง...ครับพี่น้อง

บอกก่อนนะว่าที่ผมเขียนเอนทรีนี้เข้ามาให้อ่านกัน นั่นไม่ใช่เพราะว่าผมเป็นนักต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิของใครทั้งสิ้น...และผมก็ไม่กล่าวโทษยูทูบด้วย แต่ผมอยากให้พวกเราได้เห็นว่า สิ่งที่ฝรั่งต่างชาติ เค้าเข้ามาค้นหา บางอย่างในประเทศไทยคือ สิ่งที่เกิดขึ้นจริง มีอยู่จริง แต่ไม่มีใครยอมรับรึอยากยอมรับมันแต่โดยดี...

 

สลดเลยครับพี่น้อง...

พอละไม่รู้จะบรรยายอะไรต่อ...ได้แต่ภาวนาว่า ผมจะไม่เจอคำแบบนี้อีกละกัน  

 

.........

.....

..

.

ผมรักเมืองไทยบ้านเกิดของผมขึ้นมาแล้วครับ

 

 

 (ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา)

ผมเป็นคนนึงที่ อาศัยรถทัวร์โดยสารเดินทางเป็นประจำ ส่วนใหญ่ก็จะขึ้นเหนือ ล่อง กทม. แบบนี้ประจำ ผมขึ้นมาหมดเกือบทุกบริษัทละ การบริการก็มีดีบ้าง เฉยๆบ้าง ถึงขึ้นแย่บ้างก็มี (ส่วนใหญ่จะแย่) วันนี้มาบ่นให้ฟัง เรื่องแย่ๆ เผื่อว่าใครเคยเจอเหมือนกันผมกับ แล้วอยากเปลี่ยน...(ซึ่งไม่เคยมีใครเปลี่ยนได้)

- เวลาผม จะไปซื้อตั๋ว แถวๆบริเวณสถานขนส่ง จะมีคนมาเรียก เชื้อเชิญ เต็มไปหมด เข้ามาถามว่า จะไปไหน ถ้าปลายทางที่ผมจะไป มันไม่ใช่ เส้นทางเดินรถของเค้า...ทำไงรู้มั้ย? สะบัดหน้า กลับทันที ไม่สนใจผมอีกเลย

ขอเปลี่ยนดังนี้ -- กรูขอเดินดูเอง ป้ายก็มี กรูอ่านหนังสือออกไม่ต้องมาถามก็เดินถามตามเคาน์เตอร์เองได้ โอเค๊!

- เวลารถออกไม่เคยตรงซักบริษัท ส่วนใหญ่จะ Late แล้วไม่เคยกล่าวขอโทษ และอธิบายถึงที่สาเหตุของการ Late นั้น บอกเพียงว่า รถมา Late นะคะ..จบ, เอาสถานการณ์จริงเลยแล้วกัน เมื่อวานสดๆร้อน ไปซื้อตั๋วจะไปเชียงใหม่ เค้าบอกว่า รถออก 13.30 น.ค่ะ พูดดี๊ดีนะ รู้มั้ยตอนนั้นเวลาเท่าไร 13.40 น. (โกหกกรูตั้งแต่ขายตั๋วเลยนะเมิงงง)

ขอเปลี่ยนดังนี้ -- บอกเวลามาเลยตรงๆ บอกเผื่อ Late  มาเลยว่าจะ มาถึงสถานีกี่โมง? แล้วรถออกกี่โมง จะได้กะเวลาถูก บางที บอกกรู รถออก 13.00 น. กรูรีบมา 12.30 น. กะว่ามาก่อนครึ่ง ชม.ได้เตรียมตัวทัน แต่รู้มั้ยคำว่ารถออกมันนะ หมายถึงออกมาจากบ้านป้ามัน แล้วมาจอดตายอยู่ที่สถานี อีก ชม. นึง สุดท้าย รถออก 14.00 น. (กรูเสียเวลาไป 1 ชม.ครึ่ง สมควรด่ามั้ย?)

- ขนมรถทัวร์ เอาขนมแห้งๆ แข็งๆ เช่นบิสกิต ขนมปังกรอบๆแห้งมาให้กรูกิน จำนวนมากน้อยขึ้นอยู่กับรูบแบบรถ ถ้า VIP บางที่ให้เยอะโคตร ใส่กลับบ้านเป็นถุงเลย แต่ถ้าเป็นรถ ป.2 ประมาณว่า กรูให้น้ำมึงกินก็บุญแล้วล่ะ

ขอเปลี่ยนดังนี้ -- เอาขนมไรก็ได้ เปลี่ยนบ้าง อย่าซ้ำซากตลอดชาติ ชาติหน้ามีจริงมันก็ยังใช้ขนมยี่ห้อนี้เลยมั้งกรูว่านะ อย่างน้อย เปลี่ยน เดือนละครั้ง รึว่า 3 เดือนครั้งก็ยังดี ตอนนี้ขนมแบบเดียวกันที่บ้านกรูมีเป็นลังแล้วเนี่ย! อีกอย่างนะ น้ำดื่มที่เสิร์ฟบนรถน่ะ เอาแก้ว พลาสติกที่ใช้แล้วทิ้งได้ป่ะ ขอร้อง ไม่เชื่อไปแอบดูตอนเค้าล้างแก้วดิ ตรงหน้าห้องน้ำรถทัวร์น่ะ คงนึกออกนะ ถังล้างมันคล้ายๆถังในห้องน้ำเลย...แหวะ!! จะอ้วก

- บัตรแลกอาหาร เวลารถจอดพักกินข้าวระหว่างทางนั้น ลองสังเกตุดูดีๆ ประมาณว่า บริษัทใหนก็ก็จะมี Connection กับร้านขายอาหารประจำ บางครั้งอดนึกไม่ได้ว่า มันเป็นบริษัทเดียวกันรึเปล่าวะ แบบว่า ทำครบวงจรเลย..ไปยืนปุ๊บ สั่งเลยที่หน้าตู้ เช่น ข้าวราดแกง คุณจะได้ ข้าวเกลี่ยบางๆบนจาน มีกับข้าวแปะมาหน่อยนึงพอให้ได้กลิ่น ถ้าจะเพิ่มไข่ดาว เพิ่ม 7 บาท (แมร่ง...)

ขอเปลี่ยนดังนี้ -- ถ้าจะคิดเงินกรูเพิ่มก็บวกมาเลย ตอนซื้อตั๋ว จะไม่เสียความรู้สึกมากกว่านี้ บวกเพิ่มเท่าไรก็ว่ามา แล้วเอาให้เหมือนกรูจ่ายเงินหน่อย กรูไม่ใช่ขอทานมาขอข้าวมรึงกินนะเฟ้ย กรูเสียตังค์ (ฮึ!! อารมณ์เสีย)

ตอนนี้นึกได้แค่นี้ เดี๋ยวมากกว่านี้ โดยรุมตื้บตอนขึ้นรถ ไปล่ะ ไปซื้อตั๋วก่อน พรุ่งนี้เดินทาง อีกละ เซ็ง...

เคยสังเกตุกันมั้ยครับ ว่าร้าน 7-ELEVEn ที่เราเข้าไปใช้บริการกันอยู่ประจำเนี่ย ตรงตัว Logo ของ เซว่น อีเลฟเว่น เมื่อสังเกตุดูดีๆแล้ว เค้าใช้ ตัวอักษรภาษาอังกฤษตัว "N" ตัวเล็ก ตัวท้ายสุดน่ะ คงยังนึกไม่ออกใช่ป่ะ? งั้นดูรูปข้างล่างนี้..

เออ!! จริงด้วยเนอะ เพิ่งจะเคยสังเกตุนะเนี่ย!! แล้วสงสัยกันมั้ยครับว่า ทำไม เค้าต้องใช้ ตัว "N" เล็ก

เชื่อว่าบางคนอาจจะเคยรับทราบมาบ้างเหมือนกับผมเนี่ยแหละ แต่รับรองคราวนี้ไม่เหมือนเดิมที่เคยได้ยินมา..

ก่อนอื่นเล่าเรื่อง 7-ELEVEn ให้ฟังหน่อย ( แบบว่าอยากเล่า)

เมื่อก่อนนี้ ร้านนี้เค้าไม่ได้ชื่อ 7-ELEVEn เหมือนทุกวันนี้นะ เค้ามีชื่อว่าร้าน โทเทม สโตร์ ( Tote'm Store) ต่อมาภายหลังเค้าก็เปลี่ยนชื่อเป็น ร้าน เซเว่น อีเลฟเว่น ตามเวลาที่เค้าเปิดให้บริการน่ะ ก็คือ เปิด 7 โมงเช้า ปิด 5 ทุ่ม แต่ฝรั่งเค้าเรียกว่า 7 am.-11 pm. ต่อมาชื่อนี้คงติดตลาดแล้ว ถึงแม้จะเปลี่ยนมาเปิดให้บริการ 24 ชม. เค้าก็คงยังใช่ชื่อเดิม (เหตุผลหลังนี้เดาเอานะ)

 

พอละ..เข้าเรื่องกันเลยละกัน เหตุผลที่เค้าใช้ตัว "N" เล็ก มาไว้หลังสุด Logo 7-ELEVEn เพราะว่า ตัว "N" เล็ก มันมีรูปร่างเหมือน แม่เหล็ก ที่เอาไว้ ดูดเงินดูดทองเข้าร้าน เป็นความเชื่อตามหลัก ฮวงจุ้ย ( เชื่อว่าเหตุผลนี้หลายคนคงเคยได้รับทราบกันมาบ้าง...ผมก็ด้วย เคยปล่อยไก่อธิบายให้เพื่อนหลายคนไปแบบนี้เหมือนกัน ) แต่ลองพิจารณาดีๆ ตามหลักเหตุผลสิ...

- ร้าน เซเว่น อีเลฟเว่น เกิดในปี 1946 ตอนนั้น คาดว่า ศาสตร์ด้านฮวงจุ้ย คงแพร่เข้าไปไม่ถึงหรอกว่าป่ะ?

- ฝรั่งเค้าเชื่อเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ? นั่นสิน ไม่น่านะ ว่าป่ะ?

- แม่เหล็กไม่ดูดเงินดูดทองนะ ไม่เชื่อ เอาแม่เหล็กไปลองดูดดูสิ

อ้าว!! แล้วที่มาจริงของ ตัว "N" เล็กนี่มันคืออะไรล่ะ?

ปรากฏว่า ด้วยความสงสัย ก็เลยมีชายหนุ่มคนนึง (ไม่รู้ใคร) เค้าสืบค้นไป สืบค้นมา เลยพบว่า แท้ที่จริงแล้ว ทั้งหมดที่ว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับ โชคลาภตามหลัก ฮวงจุ้ย นั้น เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นมามั่วๆ โดยนักศึกษาไต้หวันคนนึงที่ว่างอยู่ วันๆไม่มีอะไรทำมั้ง? แล้วมันเผอิ๊ญเผอิญ ว่า มันดันเป็นเรื่องที่ส่ง Fwd. mail กันอย่างแพร่หลาย (เออ..มันแน่จริงว่ะ) ก็เลยกลายเเหมือนว่า เรื่องที่แต่งขึ้นนี้เป็นเรื่องจริง ซึ่งก็สร้างความน่าเชื่อถือได้ไม่ยากในหมู่คนเอเชีย และระบาดไปทั่วโลกในไม่ช้า (ผมก็ยังเชื่อเลย)

สุดท้าย หนุ่มผู้ไฝ่รู้คนนี้ก็เลย เมล์ไปถามเจ้าของบริษัทมันซะให้รู้แร้วรู้รอดกันไป ผลปรากฏว่า คนที่ตอบเมล์มาคือคุณ Margaret Chabris ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ ของสำนักงานใหญ่ที่เมืองดัลลัส เธอบอกว่า พอเธอได้รับเมล์ เธอก็เลยเมล์ไปถามหลานชายของเจ้าของบริษัท แล้วหลายชายก็ถามพ่อของเค้าซึ่งเคยอดีตประธานบริษัทอีกทีหนึ่ง ( ถามหลายรอบจังเนอะ? )

สุดท้ายเลยได้คำตอบว่า....

เอ้า!!ตั้งใจอ่านกันนะ

แต่เดิมทีเดียวนั้น คำว่า ELEVEN ใน Logo อันเก่านั้นใช้ตัวใหญ่ทั้งหมด แต่พอมีการปรับเปลี่ยน logo อันใหม่ในปี 1960s  นักออกแบบเค้าแนะนำว่าให้ใช้ตัว "n" เล็ก แทนเพราะตัวใหญ่ มันดูเหลี่ยมๆ แข็งๆ กระด้างๆ ไม่สวย เห็นแล้ว รมณ์เสีย (อันหลังนี่คิดเองอีกละ)  เปลี่ยนมาใช้ "n" เล็กเถอะ ดู Soft กว่า แถมโค้งเว้าเย้ายวนกว่าตั้งเยอะ...

อืมดูไปดูมาก็จริงแฮะ..

สุดท้ายก็เลยกลายเป็นที่มาว่า ทำไม 7-ELEVEN ถึงใช้ตัว "n" เล็กนั่นเอง

อย่าลืม เอาไปแก้ข่าวที่เคยเล่าให้เพื่อนฟังไปก่อนหน้านี้ด้วยล่ะ... อายเค้า

...................

PS. ขอโทษครับ ลืมลงเครดิตให้เจ้าของที่มาของเรื่องนี้เค้านะ....ใครอยากอ่านเพิ่มก็เข้าไปที่

http://blog.japundit.com/archives/2005/06/28/795/

เป็นภาษาปะกิดนะ

 

 

ด้วยความที่อยากไปเมืองนอกมาก แต่ไม่มีปัญญาขนาดนั้น ทันใดนั้นเอง "โออิชิ" ก็มาก็ขี้ม้าเขียว แว่บมาในทีวีตอน สามทุ่มกว่าๆ  กับแคมเปญ "ไปแต่ตัว (แล้วเสื้อผ้ากรูล่ะ) ทัวร์ยกแก๊งค์ (คนที่ไม่ได้ช่วยกรูซื้อก็ต้องเอามันไปด้วยเหรอวะเนี่ย!) "

ง่ายจะตาย แค่ส่งฝาไปชิงโชค แล้วจะได้ไปเที่ยวญี่ปุ่นพร้อม ดารา (ที่เป็นใครมั่งก็ไม่รู้ ไม่สนเท่าไร) ยั๊งงง..ยังไม่พอ ให้ชวนไปได้อีก 3 คน คราวนี้แหละเครียดเลย ไม่รู้จะชวนใครดี

ชวนพ่อแม่ไป ก็คงไม่ไปแน่ๆ

ชวนเพื่อนเหรอ? แล้วจะชวนใครดีวะ มีตั้งหลายคน

ไปกับแฟนเหรอ สองคนเอง แล้วอีก 2คนที่เหลือล่ะ ใครดี

รึว่าจะชวนน้องชายเหรอกับแฟนมัน ไม่เอาดีกว่า ถ้ามันไปกับเรา เดี๋ยวรู้กันว่าแฟนเราเป็นใคร ยังไม่อยากเปิดตัว

อืม!!...ถ้างั้นชวนใครไปดี คิด...คิด....คิด....คิด..... คิดไม่ออกโว้ย ว่าจะชวนใครไปดี เครียดนะเนี่ย! ช่างมันก่อน ต้องวางแผนก่อน...

กินชาเขียว ทุกวันวันละ 1 ขวด (โห...เดือนนึงก็ตั้ง 600 บาท แน่ะ )

เอาไงดี อ้อ!! นึกออกละ  ที่เซเว่นฯ และซื้อแค่ขวดละ 12 บาท เอง ประหยัดไปขวดละ 8 บาท

แต่ต้องซื้อของครบ 40 บาทก่อน จึงจะลด เอาไงดีว่ะ....

เครียดอีกแร้วโว้ยๆๆๆ..... ใครก็ได้ช่วยที เครียดดดดดดดดดดดดด....

 

ค-คน กับ ข-ขวด หายไปไหน?

posted on 03 Apr 2009 13:12 by i-golf

ขนาดจะพิมพ์ ตัว "ค-คน"  กับ ตัว "ข-ขวด" ยังหาตัว พยัญชนะ 2 ตัวนี้ไม่ได้

 

 สรุปแล้ว " มันหายไปไหน?"

 

ใครรู้ช่วยตอบที

ทำไมคำว่า "คน" ต้องเขียนด้วย ค-ควาย ในเมื่อมี ค-คน อยู่แล้ว

ทำไม "ขวด" ต้องเขียนด้วย ข-ไข่ ในเมื่อมี ข-ขวด อยู่แล้ว

 เค้าจะไม่ใช่กันแล้วเหรอ? เพราะอะไรล่ะ แล้ว ทุกวันนี้ยังเรียน กันอยู่รึป่าว? ว่าพยัญชนะไทย มี 44 ตัว (แต่ใช้จริงๆแค่ 42 ตัว)

 

ถามว่า----- ถ้าตัด 2 ตัวนี้ออกไป จะเป็นไรอะไรมั้ย?

ตอบว่า----- เท่าที่สมองคิดได้ตอนนี้ ไม่มี เพราะไม่เคยได้เขียน 2 ตัวนี้ อีกเลย ตั้งแต่หัดเขียนตอนอนุบาล

เสียดายนะ หายไปตั้ง 2 ตัว...แล้วตัวอื่นจะหายไปอีกมั้ยเนี่ย? สงสาร 2 ตัวนี้จังเลย..

โชคดีนะ ข-ขวด กับ ค-คน....